ภาพรวมธุรกิจ

บริษัทประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายมอเตอร์คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบปิดผนึกที่ดำเนินธุรกิจเจริญเติบโต อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 35 โดยในระยะแรกบริษัทได้รับเทคโนโลยีมาจาก Tecumseh และ Sanyo ซึ่งเป็นผู้ผลิตระดับชั้นนำของโลกจากนั้นบริษัทได้ทำการปรับเปลี่ยนและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องโดยหน่วยงาน วิจัยและพัฒนาของตนเองจนได้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัทและบริษัทกุลธรพรีเมียร์ซึ่งผลิตภัณฑ์ โดยรวมของบริษัทมีขนาดของ Displacement ค่อนข้างกว้างครอบคลุมความต้องการของตลาดที่ใช้กับเครื่องทำ ความเย็น เช่น ตู้เย็น ตู้แช่ ตู้ทำน้ำเย็น ตู้เย็นเชิงพาณิชย์และเครื่องปรับอากาศ จึงทำให้สามารถตอบสนองความ ต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดีและเป็นที่ยอมรับในตลาดโดยรวม

จากการที่บริษัทดำเนินธุรกิจในสถานะผู้ผลิตมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ที่ไม่ได้ผลิตสินค้าสำเร็จรูป เช่น ตู้เย็น ตู้ทำ น้ำเย็น ตู้แช่ และเครื่องปรับอากาศเพื่อจำหน่ายแข่งขันกับลูกค้าซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้บริษัทสามารถตอบ สนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีและสามารถจำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าได้ทุกราย โดยในปี 2560 มียอด ขายมอเตอร์คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบปิดผนึกเป็นจำนวนรวม2.44 ล้านเครื่องซึ่งแบ่งสัดส่วนการขายตามมูลค่าเป็น ดังนี้

  • ตลาดภายในประเทศเป็นสัดส่วนร้อยละ 35 ซึ่งจำหน่ายให้แก่ผู้ผลิตตู้เย็น และตู้แช่ระดับชั้นนำในประเทศ หลายราย ได้แก่ Toshiba, Mitsubishi , Sanden, Haier, Hitachi และอื่นๆ
  • ตลาดส่งออกต่างประเทศเป็นสัดส่วนร้อยละ65 ซึ่งจำหน่ายให้แก่ผู้ผลิตตู้เย็นตู้แช่และ เครื่องปรับอากาศ ระดับชั้นนำในภูมิภาคต่างๆ ของโลกได้แก่ South East Asia (AEC Countries), Europe & America, Middle East , East Asia , South Asia , Africa , Australia และ New Zealandซึ่งรายการค้าโดยเกือบทั้งหมด ใช้เงินเหรียญสหรัฐอเมริกา

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันปริมาณการบริโภคในตลาดต่างประเทศสำหรับเครื่องทำความเย็นและเครื่อง ปรับอากาศมีส่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความต้องการของประชากรในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบของสภาวะโลกร้อน ที่มีความรุนแรงมากขึ้นทุกปีและประชากรที่มีกำลังซื้อของกลุ่มประเทศที่มีสภาพเศรษฐกิจเจริญเติบโตในหลายๆ พื้นที่ ของโลก แต่ในทางกลับกันปริมาณการบริโภคของกลุ่มลูกค้าเดิมบางพื้นที่มีจำนวนที่ลดลงเช่นกันเนื่องจากยังคงได้รับ ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่ชัดเจนและถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยของปี 2560 สามารถฟื้นตัวได้บ้างแต่ความต้องการของตลาดในประเทศนั้นมีจำนวนลดลงจากปีก่อนเนื่องจากภาคเกษตรกรรมในวงกว้างยังคง ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่มีมูลค่าต่ำให้กำลังซื้อและการบริโภคของประชากรมีน้อยลงและบางส่วนเป็นผลจาก ความแปรปรวนของสภาพอากาศที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาลปกติ

การดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายมอเตอร์คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบปิดผนึกในปีก่อนๆจนถึงปัจจุบันยังคงมีการ แข่งขันตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นมากขึ้นในด้านคุณภาพและราคาขายที่ถูกลงโดยเฉพาะมอเตอร์ คอมเพรสเซอร์ขนาดเล็กที่ใช้กับตู้เย็น ตู้แช่ ตู้ทำน้ำเย็นในครัวเรือน เนื่องจากมีผู้ผลิตและจำหน่ายมอเตอร์ คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบปิดผนึกระดับชั้นนำหลายรายที่เป็นรายใหญ่ของโลกที่มีกำลังผลิตรวมกันมากกว่าปริมาณ ความต้องการโดยรวมของตลาดโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ผลิตในประเทศจีนที่มีกำลังการผลิตโดยรวมมากที่สุดที่ใช้ กลยุทธ์ด้านราคาขายที่ถูกกว่าเป็นหลักในการแข่งขัน

จากนโยบายการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่มุ่งเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ที่มีคุณภาพและ ตอบสนองได้ตรงความต้องการของลูกค้า รวมถึงราคาที่แข่งขันได้ จึงดำเนินการในแนวทางดังนี้

  • ทำการพัฒนามอเตอร์คอมเพรสเซอร์ให้เหมาะสมต่อการใช้งานตรงความต้องการของตลาดในด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงาน
  • ผลิตมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ที่ใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • พัฒนามอเตอร์คอมเพรสเซอร์ที่มีต้นทุนตํ่าลง

ในการดำเนินธุรกิจมีตัวแปรสำคัญต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของผู้ผลิตและจำหน่ายมอเตอร์ คอมเพรสเซอร์ ดังนี้

  • ความแปรปรวนของอุณหภูมิอากาศที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาลปกติที่มีผลต่อการบริโภคในครัวเรือน
  • ความต้องการพื้นฐานในการมีอุปกรณ์ทำความเย็นและถนอมอาหารเพื่อดำรงชีวิตภายใต้ภาวะโลกร้อน
  • ความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของโลกและของแต่ละประเทศที่มีผลต่อกำลังซื้อภาคครัวเรือน สำหรับสินค้าเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องทำความเย็นต่างๆ
  • ความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดในเรื่องราคา คุณภาพ ประสิทธิภาพ การประหยัด พลังงานและการใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของตัวผลิตภัณฑ์
  • ราคาต้นทุนวัตถุดิบทองแดง และเหล็กซึ่งผันผวนปรับขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนน้ำมัน
  • ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหน่วย ณ. ระดับขนาดกำลังการผลิตที่ต่างกันมาก
  • ประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจที่ทำให้เกิดต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายดำเนินการโดยรวมที่ต่ำลงอย่าง ต่อเนื่อง
  • ความผันผวนของค่าเงินบาทต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
  • ราคาขายที่แข่งขันได้ในแต่ละตลาด

ผลการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไร

(1) รายได้จากการขายและบริการ

ยอดการขายและบริการในปี 2560 มีมูลค่ารวม 9,263.91 ล้านบาทเปรียบเทียบกับปี 2559 ที่มี ยอดการขายและบริการมูลค่ารวม 8,665.89 ล้านบาท เป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 598.02 ล้านบาทหรือเพิ่มขึ้นในอัตรา ร้อยละ 6.90 ซึ่งเป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยในปี 2560 ที่ขยายตัวได้บ้างแต่ภาค เกษตรกรรมในวงกว้างยังคงได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่มีมูลค่าต่ำ นอกจากนี้ภาวะเศรษฐกิจของโลก ที่ฟื้นตัวได้บ้างในประเทศอเมริกา กลุ่มประเทศยุโรปและญี่ปุ่นและผลการแข่งขันลดราคาขายที่รุนแรงมากจาก ผู้ผลิตในประเทศจีนทำให้ยอดขายของบริษัทสำหรับมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ขนาดเล็กที่ใช้กับตู้เย็นในครัวเรือน มียอดขายในปี 2560 ลดลงจากปี 2559 ทั้งเป็นมูลค่าเงินและจำนวนเครื่อง แต่บริษัทยังคงสามารถขายมอเตอร์ คอมเพรสเซอร์ขนาดที่ใหญ่ขึ้นที่ใช้กับตู้เย็นเชิงพาณิชย์และเครื่องปรับอากาศได้มากขึ้นกว่าปี 2559 ทั้งเป็นมูลค่า เงินและจำนวนเครื่องรวมทั้งยอดขายลวดทองแดงและงานโลหะที่เพิ่มมากขึ้นเป็นผลให้บริษัทมียอดขายที่เป็น มูลค่าเงินโดยรวมของปี 2560 มากกว่าปี 2559 แต่ยอดรวมของปริมาณการขายเป็นจำนวนเครื่องของมอเตอร์ คอมเพรสเซอร์ลดลงจากปี 2559 ในอัตราร้อยละ 10.75

(2) อัตรากำไรขั้นต้น

ในปี 2560 มีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ2.71 ซึ่งลดลงจากปี 2559 ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 7.55 ซึ่งเป็น ผลจากราคาของต้นทุนวัตถุดิบเหล็กและทองแดงในปี 2560 ได้ปรับสูงขึ้นสูงกว่าราคาปี 2559 ตามภาวะตลาด โลกในอัตราประมาณโดยฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 25 และมากกว่าร้อยละ 20 ตามลำดับ รวมทั้งอัตราแลกเปลี่ยน เงินตราสกุลบาทเทียบกับดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนในอัตราเฉลี่ยประมาณร้อยละ 3.80 และการปรับ ลดราคาขายตามความต้องการของลูกค้าตามภาวะการแข่งขันในตลาด

(3) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

  • ค่าใช้จ่ายในการขาย ในปี 2560 มีค่าใช้จ่ายการขายเป็นจำนวนเงิน 126.06 ล้านบาท เปรียบเทียบ กับปี 2559 ที่เป็นจำนวนเงิน 87.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.91 ล้านบาท โดยยอดเงินที่เพิ่มมีจำนวน ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายรับประกันสินค้าและค่า Commission จากการขาย
  • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ในปี 2560 มีค่าใช้จ่ายในการบริหารเป็นจำนวนเงิน 436.48 ล้านบาท เปรียบเทียบกับปี 2559 ที่เป็นจำนวนเงิน 446.76 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ใกล้เคียงกัน
  • กำไรและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2560 มีผลเป็นกำไรจำนวน 17.93 ล้านบาท ส่วนปี 2559 มีผลเป็นขาดทุนจำนวน11.86 ล้านบาท เป็นผลจากการบริหารเงินตราต่างประเทศของรายการซื้อ วัตถุดิบทองแดงและเหล็กจากต่างประเทศและการขายส่งออกไปยังลูกค้าต่างประเทศของเงินสกุล บาทต่อเงินเหรียญสหรัฐอเมริกาที่สามารถจัดการได้ดีถึงแม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่ แข็งค่าขึ้น

(4) รายได้อื่น

รายได้จากการขายเศษซากในปี 2560 มีรายได้จากการขายเศษซากเป็นจำนวนเงิน 245.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่มียอดรายได้ 168.90 ล้านบาท เป็นจำนวนเงิน 76.11 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นในอัตรา ร้อยละ 45.06 เป็นผลจากราคาขายเศษซากทองแดงและเหล็กในปี 2560 เพิ่มสูงกว่าปี 2559 เป็นมูลค่าส่วนใหญ่ และมีผลจากปริมาณการใช้วัตถุดิบทองแดงและเหล็กมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

(5) ค่าใช้จ่ายทางการเงิน

ในปี 2560 มีค่าใช้จ่ายทางการเงินเป็นจำนวนเงิน 183.17 ล้านบาทเปรียบเทียบกับปี 2559 ที่มีค่าใช้จ่ายทางการเงินเป็นจำนวนเงิน 186.84 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ใกล้เคียงกัน

ผลการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไรโดยสรุป

สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยในปี 2560 ยังคงขยายตัวบ้างแต่ภาคเกษตรกรรมในวงกว้างยังคง ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่มีมูลค่าต่ำทำให้กำลังซื้อและความต้องการบริโภคมีน้อยลง นอกจากนี้ภาวะ เศรษฐกิจของโลกโดยรวมยังคงฟื้นตัวไม่ชัดเจนคงมีเพียงสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศยุโรปและญี่ปุ่นที่ฟื้นตัวบ้าง ไม่มากนักและยังคงมีผลกระทบจากเศรษฐกิจของจีนที่มีการขยายตัวลดลงในอัตราใกล้เคียงเดิมที่ 6-7% ทำให้ การบริโภคโดยรวมของโลกยังคงขยายตัวได้ไม่ดีเท่าที่ควร อีกทั้งการแข่งขันลดราคาขายที่รุนแรงมากจากผู้ผลิต ในประเทศจีนทำให้บริษัทต้องปรับลดราคาขายตามการแข่งขันและส่งผลให้ยอดขายของบริษัทสำหรับมอเตอร์ คอมเพรสเซอร์ขนาดเล็กที่ใช้กับตู้เย็นในครัวเรือนมียอดขายในปี 2560 ลดลงจากปี 2559 ทั้งเป็นมูลค่าเงินและจำนวนเครื่อง แต่บริษัทยังคงสามารถขายมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ขนาดที่ใหญ่ขึ้นที่ใช้กับตู้เย็นเชิงพาณิชย์และ เครื่องปรับอากาศได้มากขึ้นกว่าปี 2559 ทั้งเป็นมูลค่าเงินและจำนวนเครื่อง

รวมทั้งยอดขายลวดทองแดงและงานโลหะที่เพิ่มมากขึ้นเป็นผลให้บริษัทมียอดขายที่เป็นมูลค่าเงินโดยรวมของปี 2560 มากกว่าปี 2559 ในอัตราร้อยละ 6.90 แต่ยอดรวมของปริมาณการขายมอเตอร์คอมเพรสเซอร์เป็น จำนวนเครื่องลดลงจากปี 2559 ในอัตราร้อยละ 10.75 การดำเนินธุรกิจของบริษัทนั้นมีปัจจัยสำคัญที่ส่งกระทบต่อผลประกอบการ ดังนี้

  • ราคาของต้นทุนวัตถุดิบเหล็กและทองแดงในปี 2560 ได้ปรับสูงขึ้นตามภาวะตลาดโลกซึ่งเพิ่มสูงกว่า ราคาปี 2559 ในอัตราประมาณโดยเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 25 และร้อยละ 20 ตามลำดับ
  • อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลบาทเทียบกับดอลลาร์ในปี 2560 โดยเฉลี่ยแข็งค่าสูงกว่าปี 2559 ในอัตราเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ 3.80
  • การปรับลดราคาขายอย่างรุนแรงจากผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกโดยเฉพาะผู้ผลิตจากประเทศจีน ซึ่งมีความได้เปรียบจากกำลังการผลิตและขนาดของธุรกิจที่ใหญ่กว่ามาก

ผลกระทบจากปัจจัยทางธุรกิจที่สำคัญต่างๆดังกล่าวทำให้บริษัทมีผลประกอบการเป็นขาดทุนจำนวน 172.75 ล้านบาท โดยที่อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2560 มีเพียง 2.71% ซึ่งลดลงจากปี 2559 ที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 7.55% ทั้งนี้ฝ่ายบริหารได้กำหนดให้ดำเนินการในแนวทางต่างๆเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันธุรกิจให้ มีมากขึ้นสำหรับการดำเนินงานในปี 2561 ดังต่อไปนี้

  • เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าให้แข่งขันได้
  • ปรับกระบวนการบริหารงานขายที่สร้างมูลค่าให้ได้มากขึ้นเพื่อชดเชยกับราคาขายที่ลดลงจากภาวะ การแข่งขัน
  • มุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพและลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้เกิดผลโดยเร็ว
  • เร่งพัฒนาและออกสินค้าใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า