ปี 2560 ที่ผ่านมาแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจของโลกโดยรวมได้ฟื้นตัวขึ้นรวมถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยที่สามารถขยายตัวได้บ้างก็ตาม แต่ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทยังคงเผชิญกับความท้าทายในหลายประการได้แก่ การปรับขึ้นราคาของวัตถุดิบเหล็กและทองแดงในอัตราที่ค่อนข้างสูงมาก การแข็งค่าของเงินสกุลบาทเทียบกับดอลลาร์ที่กระทบรายได้ในการส่งออก ขณะเดียวกันกำลังซื้อของประชากรไทยโดยรวมลดลงเนื่องจากราคาสินค้าในภาคการเกษตรมีมูลค่าต่ำ นอกจากนี้ ผู้ผลิตในประเทศจีนยังคงมุ่งเน้นการแข่งขันด้วยการลดราคาขายที่รุนแรงมากสำหรับมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ขนาดเล็กที่ใช้กับตู้เย็นในครัวเรือน ส่งผลให้ยอดการขายโดยรวมของบริษัทมีปริมาณลดลงถึงแม้ว่าบริษัทจะสามารถขายมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ขนาดที่ใหญ่ขึ้นที่ใช้กับตู้เย็นเชิงพาณิชย์และเครื่องปรับอากาศได้ปริมาณมากขึ้นก็ตาม

ด้วยผลกระทบดังกล่าวทำให้ในปี2560 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการเป็นจำนวนเงิน 9,263.91 ล้านบาทซึ่งสูงกว่าปี2559 ที่มีรายได้จากการขายและบริการเป็นจำนวนเงิน 8,665.89 ล้านบาท หรือสูงขึ้นในอัตราร้อยละ 6.90 แต่มีกำไรขั้นต้นในอัตราที่ลดลงจากในปี2559 ที่มีอัตราร้อยละ 7.55 คงเหลือที่อัตราร้อยละ 2.71 ในปี2560 และ มีผลประกอบการสุทธิขาดทุนเป็นจำนวนเงิน172.75 ล้านบาท

สำหรับปี 2561 นี้บริษัทจะหาหนทางในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นและปรารถนาในการดำเนินธุรกิจผลิตมอเตอร์คอมเพรสเซอร์ให้เจริญเติบโตได้ตามเป้าหมายที่จะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาด และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ารวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยธรรมาภิบาลที่ดี

บริษัทขอขอบคุณกรรมการผู้ถือหุ้นบริษัทคู่ค้า ลูกค้าผู้มีอุปการคุณ หน่วยงานราชการและสถาบันการเงิน ที่ให้ความไว้วางใจ ให้ความเชื่อมั่นพร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทด้วยดีและขอขอบคุณคณะผู้บริหารรวมถึงพนักงานที่ได้ทุ่มเทเสียสละในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ และขอให้คำมั่นว่าจะดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายในแนวทางที่สร้างคุณประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มและเจริญยั่งยืนสืบไป

(นายสุรพร สิมะกุลธร)
ประธานกรรมการ